วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practices)

การพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนโดยใช้การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม

โรงเรียนกาฬสินธุ์พิทยาสรรพ์

สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 24

............................................................................................

 

1.      ความเป็นมา

 

ในปัจจุบันสถานการณ์ปัญหาเด็ก และเยาวชนในสังคมไทยนับวันจะมีความซับซ้อน วิกฤติ และรุนแรงมากขึ้น เด็กและเยาวชน ดำรงชีวิตประจำวันอยู่ในท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางสังคม ที่เสี่ยงต่อการประสบปัญหา ขาดการดูแลคุ้มครองสวัสดิภาพและความปลอดภัยจากสังคมอย่างจริงจัง  อีกทั้งปัจจุบันวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและการสื่อสาร มีบทบาทต่อการเปลี่ยนแปลง วิถีการดำรงชีวิตของเด็กและเยาวชน  ซึ่งมีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน มีความสับสน เลือกใช้ค่านิยมผิดๆ ขาดการพึ่งตนเอง ไม่สามารถควบคุมตนเอง รวมทั้งไม่ได้เน้นการสร้างจิตสำนึกในการเป็นสมาชิกที่ดีของสังคม  ทำให้เด็กและเยาวชนไม่สามารถปรับตัวได้

จากการวิเคราะห์ถึงสาเหตุแห่งการทำผิด พบว่า ส่วนใหญ่เกิดจากการคบเพื่อน เนื่องจากเด็กและเยาวชนอยู่ในวัยที่อยากรู้อยากลอง มีความคึกคะนอง จึงถูกเพื่อนชักจูงได้ง่าย ประกอบกับในปัจจุบันยาเสพติดได้แพร่ระบาดเข้าไปในโรงเรียน เด็กและเยาวชนจึงสามารถหายาเสพติดได้ง่าย และแม้แต่บริเวณพื้นที่รอบโรงเรียนก็เป็นที่ไม่ปลอดภัยสำหรับเด็กและเยาวชนแล้วเช่นกัน  จากข้อมูลการทำความผิดดังกล่าวของเด็กและเยาวชนเกิดจากสาเหตุและปัจจัยต่างๆ  ทั้งสภาวะร่างกาย  สภาพครอบครัว  สภาพแวดล้อม  ตลอดจนปัจจัยอื่นๆ ในลักษณะที่เป็นวงจร เป็นระบบ  ดังนั้นในการแก้ปัญหาที่ยั่งยืน จึงต้องแก้ไขที่ต้นเหตุอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่มอบอำนาจหน้าที่ให้กระบวนการยุติธรรมเข้าไปจัดการ โดยการตัดสินว่าผิดหรือไม่  จากนั้นก็กำหนดบทลงโทษ ซึ่งวิธีนี้จะไม่สามารถแก้ไขปัญหาในระยะยาวได้  อีกทั้งยังเป็นการสร้างตราบาปให้แก่เด็กและเยาวชนด้วย  แม้ว่าเขาจะพ้นโทษออกมาแล้ว  แต่สิ่งเหล่านี้ก็จะเป็นปมด้อยอยู่ในใจของเขาไปตลอดชีวิต กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในฐานะที่เป็นกระทรวงหลัก ในการดูแลและคุ้มครองเด็ก ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 ได้ร่วมมือกับสถาบันรามจิตติในการวิจัยติดตามสถานการณ์เด็กและเยาวชน (Child Watch) เพื่อติดตามเฝ้าระวังและเตือนภัยแก่สังคม อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้สังคมได้เตรียมพร้อมและช่วยกันแก้ปัญหา  ซึ่งเป็นวิธีการแก้ไขปัญหาในเชิงรุก  อีกทั้งยังมีหน่วยงานที่รับผิดชอบ    ด้านการคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กโดยตรง คือ สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติ สำนักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์  อีกหน่วยงานหนึ่งคือ สำนักคุ้มครองสวัสดิภาพหญิงและเด็ก  กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ  ซึ่งมีสถานสงเคราะห์และสถานพัฒนาคุ้มครองเด็ก 29 แห่งกระจายกันอยู่ทั่วประเทศ  มีหน้าที่ดำเนินการในรูปการคุ้มครองสวัสดิภาพ ป้องกันฟื้นฟูและการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามกฎหมายคุ้มครองเด็ก

            จากหลักการและเหตุผลตามที่กล่าวมาข้างต้น  ผู้วิจัยตระหนักถึงความสำคัญของการดำเนินงาน ระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนเป็นอย่างยิ่ง  จึงมีความประสงค์จะทำการวิจัย  เรื่อง การพัฒนาระบบ     การดูแลช่วยเหลือนักเรียน โรงเรียนกาฬสินธุ์พิทยาสรรพ์  โดยใช้การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม      โดยเริ่มจาก 1) การศึกษาสภาพปัจจุบัน ปัญหาและความต้องการพัฒนาระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน โรงเรียนกาฬสินธุ์พิทยาสรรพ์ 2) การพัฒนาระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียนกาฬสินธุ์พิทยาสรรพ์ และ 3) การศึกษาผลการพัฒนาระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียนกาฬสินธุ์พิทยาสรรพ์  ทั้งนี้เพื่อให้การบริหารและการดำเนินงานของระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนดำเนินไปอย่างเป็นระบบ  มีประสิทธิภาพ เกิดประสิทธิผล  เป็นประโยชน์ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนกาฬสินธุ์พิทยาสรรพ์ต่อไป

 

2.      วัตถุประสงค์  

 

1. เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบัน  ปัญหาและความต้องการพัฒนาระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียนกาฬสินธุ์พิทยาสรรพ์

            2. เพื่อพัฒนาระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียนกาฬสินธุ์พิทยาสรรพ์  โดยใช้การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม 

            3. เพื่อศึกษาผลการพัฒนาระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียนกาฬสินธุ์พิทยาสรรพ์  โดยใช้การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม

3.  หลักการและแนวคิด

 

 

 

 

         

 

 

 

4.      วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practices)

 

โรงเรียนกาฬสินธุ์พิทยาสรรพ์ตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาของยาเสพติดเป็นอย่างยิ่ง  จึงพัฒนาระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน  โดยปรับปรุงโครงสร้างการบริหารงานกลุ่มบริหารงานกิจการนักเรียน  เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพปัจจุบัน  โดยการบริหารและการดำเนินงานประกอบด้วย  ฝ่ายบริหารโรงเรียน    ครูที่ปรึกษา  ความร่วมมือของผู้ปกครองนักเรียนและชุมชน  ทำให้นักเรียนโรงเรียนกาฬสินธุ์พิทยาสรรพ์    เป็นนักเรียนที่มีคุณธรรมจริยธรรม  ปฏิบัติตนได้เหมาะสมกับสภาพการเป็นนักเรียน  ไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด  การบริหารเชิงระบบตามระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน  การนำโครงการห้องเรียนสีขาวของศูนย์ปฏิบัติการต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติดของกระทรวงศึกษาธิการเข้าไปประยุกต์ใช้ในโรงเรียนกาฬสินธุ์พิทยาสรรพ์       เป็นโครงการที่สำคัญโครงการหนึ่งที่โรงเรียนได้นำไปประยุกต์ใช้ในโรงเรียน  โดยการขับเคลื่อนของฝ่ายบริหารโรงเรียน  ครูที่ปรึกษา  นักเรียน  ผู้ปกครองนักเรียน  ตลอดจนชุมชน  ทั้งนี้เพื่อให้นักเรียนได้รับคำปรึกษาที่ถูกต้องจากครูที่ปรึกษา  นักเรียนในแต่ละห้องเรียนได้ดูแลช่วยเหลือซึ่งกันและกันในเรื่องยาเสพติดและอบายมุข

          ในการพัฒนาระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียนกาฬสินธุ์พิทยาสรรพ์  โดยใช้การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม  ผู้วิจัยและผู้ร่วมวิจัยได้ดำเนินการตามขั้นตอน 4 ขั้นตอน ดังนี้

            1. การวางแผน (Plan)  ผู้วิจัยและผู้ร่วมวิจัยได้ดำเนินการโดยการศึกษาเอกสารระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน  การสนทนากลุ่มและการศึกษาความคิดเห็นกลุ่มผู้ให้ข้อมูลสำคัญ  โดยใช้แบบสอบถาม เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบัน  ปัญหาและความต้องการพัฒนาระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน จึงได้กำหนดโครงการโดยจัดทำเป็นแผนพัฒนาระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนและนำไปพัฒนาระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียนกาฬสินธุ์พิทยาสรรพ์ จำนวน 5 โครงการ ประกอบด้วย 1) โครงการจัดทำคู่มือครูที่ปรึกษานักเรียน 2) โครงการประชุมการใช้คู่มือครูที่ปรึกษานักเรียน 3) โครงการนิเทศภายใน 4) โครงการศึกษาดูงานระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน และ 5) โครงการสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุข  โดยจัดทำเป็นแผนพัฒนาระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนและนำไปพัฒนาระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียนกาฬสินธุ์พิทยาสรรพ์

            2. ขั้นการนำแผนไปปฏิบัติ (Action) ผู้วิจัยและผู้ร่วมวิจัยได้นำแผนพัฒนาระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียนกาฬสินธุ์พิทยาสรรพ์ไปสู่การปฏิบัติจริง  โดยหลอมรวมเข้ากับแผนปฏิบัติราชการประจำปี  เป็นเสมือนงานปกติงานหนึ่งของระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน  โดยผู้วิจัยและผู้ร่วมวิจัยได้ดำเนินการตามหลักการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม กล่าวคือ  การวางแผน  การประชุม  การดำเนินการ การนิเทศติดตามผล

            3. การสังเกตและรวบรวมผล (Observation) ผู้วิจัยและผู้ร่วมวิจัย ได้ดำเนินการสังเกตและรวบรวมผลการดำเนินงานของโครงการต่างๆ ทั้ง 5 โครงการ  ตั้งแต่ก่อนดำเนินโครงการ  ระหว่างการดำเนินงานตามโครงการและเมื่อสิ้นโครงการ  โดยการมีส่วนร่วมของคณะครู  การยึดหลักการมีส่วนร่วมในการวางแผน  ร่วมคิด  ร่วมปฏิบัติและร่วมประเมินผล  ซึ่งได้มาจากการสอบถาม  สังเกต  สัมภาษณ์  การบันทึกภาคสนาม เป็นต้น

           4. การสะท้อนผลการปฏิบัติงาน (Reflection)  ผู้วิจัย  ผู้ร่วมวิจัยและคณะครูได้ร่วมกันสะท้อนผลการปฏิบัติงานในระหว่างการดำเนินโครงกา และเมื่อสิ้นสุดโครงการ  เพื่อวัดและประเมินผลการดำเนินงาน   ว่ากิจกรรมต่างๆที่กำหนดไว้ในโครงการนั้นบรรลุตามเป้าหมายและวัตถุประสงค์ตามที่กำหนดไว้มากน้อยเพียงใด  ตลอดจนการให้ข้อคิดเห็นข้อเสนอแนะในการปรับปรุงพัฒนางาน  เพื่อให้เกิดการพัฒนาในการบริหารและการปฏิบัติงาน  เช่น  การพูดคุย  การสังเกต  การประชุม  การสอบถามและการใช้แบบสอบถาม เป็นต้น

              ผู้วิจัยและผู้ร่วมวิจัย กำหนดโครงการในการพัฒนาระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียนกาฬสินธุ์พิทยาสรรพ์ จำนวน 5 โครงการ ประกอบด้วย

              1โครงการจัดทำคู่มือครูที่ปรึกษานักเรียน  จากการที่ผู้วิจัย  ผู้ร่วมวิจัยและคณะกรรมการดำเนินการจัดทำคู่มือครูที่ปรึกษาและได้ทำการประชุมชี้แจงกับคณะครู และมอบคู่มือให้ครูนำไปใช้ประกอบการปฏิบัติงานนั้น  จากการศึกษาความคิดเห็นของกลุ่มผู้ให้ข้อมูลสำคัญ พบว่า มีความคิดเห็นต่อคู่มือครูที่ปรึกษานักเรียนอยู่ในระดับมาก  มีค่าเฉลี่ย 4.31  มีความสอดคล้องกับ อภินันทนา แสนดี (2551 : บทคัดย่อ) ที่วิจัยเรื่อง คู่มือครูระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน ตามแนวโรงเรียนวิถีพุทธ โรงเรียนโคกสลุงวิทยา จังหวัดลพบุรี  เมื่อจัดทำคู่มือแล้วดำเนินการต่อ  โดยให้ผู้เชี่ยวชาญทำการการประเมินคู่มือระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนตามแนวโรงเรียนวิถีพุทธ พบว่า มีค่าเฉลี่ย อยู่ในระดับมากที่สุดโดยมีความคิดเห็นเฉลี่ย 4.62 สอดคล้องกับ อร่าม เสือเดช (2549 : บทคัดย่อ) ที่กล่าวถึงประโยชน์ของคู่มือไว้ดังนี้ 1) คู่มือปฏิบัติงานถือเป็นบรรทัดฐานสำหรับการปฏิบัติงาน คือช่วยให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างมีกฎเกณฑ์ ไม่ว่าใครจะเป็นผู้ปฏิบัติ หรือปฏิบัติต่อใครทำให้เกิดแบบแผนที่ดี 2) ช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานตระหนักในหน้าที่และความรับผิดชอบอย่างชัดเจน 3) ใช้เป็นคู่มือใหม่ในการฝึกบุคลากรใหม่ทำให้สามารถเรียนรู้งานได้ถูกต้องรวดเร็ว 4) ช่วยลดเวลาและลดความผิดพลาดและความบกพร่องในการปฏิบัติงาน 5) ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน และ    6) ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน

               2.  โครงการประชุมครูที่ปรึกษานักเรียน  เมื่อจัดทำคู่มือครูที่ปรึกษาเสร็จเรียบร้อยแล้ว ผู้วิจัยได้ประชุมครูที่ปรึกษา เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับหน้าที่และบทบาทของครูที่ปรึกษานักเรียน  ซึ่งประกอบด้วย คำชี้แจงในการใช้คู่มือครู  กิจกรรมระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน  กระบวนการดำเนินงาน วิธีการ เครื่องมือ  ระเบียบโรงเรียนกาฬสินธุ์พิทยาสรรพ์ว่าด้วยการปกครองนักเรียน ปีการศึกษา 2556 ระเบียบว่าด้วยการตัดคะแนนความประพฤตินักเรียน  แบบฟอร์มเอกสารระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน เกณฑ์การคัดกรองนักเรียนและน้ำหนักส่วนสูงนักเรียน  จากการสอบถามความคิดเห็นครูที่มีต่อการประชุมการใช้คู่มือครูที่ปรึกษานักเรียน พบว่า ครูมีความคิดเห็นต่อการประชุมการใช้คู่มือครูที่ปรึกษานักเรียน อยู่ในระดับมาก        มีค่าเฉลี่ย 4.35

                3.  โครงการนิเทศภายใน  ในการดำเนินงานตามโครงการนิเทศภายในของการพัฒนาระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียนกาฬสินธุ์พิทยาสรรพ์  โดยใช้การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม  ผู้วิจัยและผู้ร่วมวิจัยกำหนดโครงการเพื่อพัฒนาระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนจำนวน 5 โครงการ ได้แก่ โครงการจัดทำคู่มือครูที่ปรึกษานักเรียน  โครงการประชุมครูที่ปรึกษา  โครงการศึกษาดูงาน  โครงการสถานศึกษา     สีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุข  และโครงการนิเทศภายใน  จากการศึกษาความคิดเห็นของครูที่มีต่อการดำเนินงานโครงการนิเทศภายในพบว่าอยู่ในระดับมาก  มีความสอดคล้องกับ กรมสามัญศึกษา (2544 :        8 - 10) ที่กล่าวถึงขั้นตอนการดำเนินงานในการบริหารจัดการระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน ไว้ว่า         จากแผนปฏิบัติการที่โรงเรียนกำหนดเรียบร้อยแล้ว  ผู้บริหารและคณะครูทุกคนก็ร่วมกันดำเนินงานตามแผนโดยในระหว่างดำเนินงาน  ผู้บริหารโรงเรียนควรสนับสนุนส่งเสริมให้ครูทุกคนทำงานอย่างมีความสุข และดำเนินการตามขั้นตอน ดังนี้

                   1.  จัดสิ่งอำนวยความสะดวก  สนับสนุนทรัพยากรเพื่อการปฏิบัติงานตามระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

                   2.  กำกับติดตามทั้งระดับรายบุคคล  รายกลุ่ม  รายหมวด  ฝ่ายและยกระดับเพื่อกระตุ้นส่งเสริมให้มีการดำเนินงานตามแผน

                   3.  ให้การนิเทศ  ให้คำปรึกษาแนะนำ  เพื่อปรับปรุงหรือแก้ไขปัญหาอุปสรรคทีอาจจะมีรวมทั้งการเชิญวิทยากร  เพื่อเพิ่มพูนความรู้ความสามารถให้แก่ครูทุกคนหรือให้ไปรับการฝึกอบรมจากหน่วยงานภายนอก  นอกจากนีผู้ช่วยผู้บริหารโรงเรียนทุกฝ่ายและหัวหน้าระดับแต่ละระดับ  ก็ควรดำเนินการสนับสนุน  ส่งเสริมให้ครูทำงานร่วมกันอย่างมีความสุขและทำงานร่วมกันเป็นทีม  เพื่อการดำเนินงานที่มประสิทธิภาพและมีความสอดคล้องกับ วรรณวิศา พฤกษามาศ (2553 : บทคัดย่อ) ที่วิจัย เรื่อง การศึกษา   การดำเนินงานนิเทศภายในของโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร ที่ได้รับรองมาตรฐานการศึกษา  โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพและปัญหาการดำเนินงานนิเทศภายในของโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานครที่ได้รับการรับรองมาตรฐานการศึกษา  ประชากรที่ใช้ในการวิจัยคือ ประธานกรรมการ  กรรมการ  กรรมการและเลขานุการ  ของคณะกรรมการดำเนินงานนิเทศภายในของโรงเรียนที่ได้รับการประเมินมาตรฐานที่ 13 ระดับดีในรอบแรกและมีผลการประเมินรอบสองมาตรฐานที่ 11 ระดับดีมากทั้งในระดับปฐมวัยและระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานของโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานครที่ได้รับการรับรองมาตรฐานการศึกษา  จากสำนักงานรับรองมาตรฐานและประกันคุณภาพการศึกษา จำนวน 128 โรงเรียน  โรงเรียนละ 3 คน  รวมผู้ให้ข้อมูลทั้งสิ้น 384 คน  เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ  แบบสอบถาม  มีลักษณะเป็นแบบตรวจสอบและแบบปลายเปิด  วิเคราะห์ข้อมูลโดยการแจกแจงความถี่และค่าร้อยละ  ผลการวิจัย  พบว่า 1) การวางแผนการนิเทศมีการสำรวจสภาพปัจจุบัน  ปัญหาและความต้องการการนิเทศภายในมีการจัดลำดับความสำคัญของข้อมูล  ตามความจำเป็นและเร่งด่วน  และกำหนดเป้าหมาย  ทางเลือกในการปฏิบัติงาน  จัดตั้งคณะกรรมการดำเนินงานนิเทศภายในโรงเรียนและจัดทำแผนงาน/โครงการ  2) การดำเนินการนิเทศ  มีการประชุมชี้แจงคณะกรรมการผู้รับผิดชอบ  กำหนดวิธีการเลือกกิจกรรมนิเทศมาใช้ในการดำเนินงานนิเทศภายใน  มีการกำกับติดตามการดำเนินการนิเทศภายใน และมีการสร้างขวัญและกำลังใจ ให้แก่ผู้ดำเนินงาน                   3) การประเมินผลการนิเทศ  มีการประเมินผลก่อนการปฏิบัติ ระหว่างการปฏิบัติและหลังการปฏิบัติงานนิเทศภายใน  ส่วนใหญ่มีการประเมินความพึงพอใจของครูผู้สอน              

 

                4. โครงการศึกษาดูงาน  ในการศึกษาเอกสารระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนและการสนทนากลุ่ม ข้อเสนอสำคัญอีกประการหนึ่ง  คือ  ควรจัดศึกษาดูงานให้กับคณะทำงานในสังกัดกลุ่มบริหารงานกิจการนักเรียน  เพื่อจะได้เป็นการเปิดวิสัยทัศน์ในการปฏิบัติงาน  จากการนำคณะผู้ร่วมวิจัยไปศึกษาดูงานที่โรงเรียนร้อยเอ็ดวิทยาลัย  จังหวัดร้อยเอ็ด  จากการสอบถามครูที่ไปศึกษาดูงาน  พบว่า  ครูมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ย 4.22  สอดคล้องกับ รัตนา เนื่องแก้ว (2548) ที่วิจัยเรื่อง ความต้องการพัฒนาบุคลากรสายสนับสนุนวิชาการของคณะแพทย์ศาสตร์  มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  ซึ่งกล่าวว่ารูปแบบของการพัฒนาบุคลากรตามแนวคิดของสถาบันพัฒนาข้าราชการพลเรือน  สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน       มี 5 ด้าน คือ 1)  การปฐมนิเทศเป็นวิธีการอย่างหนึ่งในการพัฒนาบุคลากรในองค์การ ที่เข้ามาทำงานใหม่หรือ

ผู้ที่รับราชการมานานแล้ว  แต่เพิ่งย้ายสับเปลี่ยนหรือหมุนเวียนมาปฏิบัติงานหน้าที่ใหม่  เพื่อให้สมาชิกใหม่เข้าใจวัตถุประสงค์รวมทั้งเรียนรู้สภาพแวดล้อมขององค์การ  เพื่อสร้างความมั่นใจในการปฏิบัติงานและเป็นประโยชน์ในการทำงานต่อไป  2)  การฝึกอบรมเป็นกระบวนการที่มีระเบียบแบบแผน  ซึ่งมุ่งหมายที่จะพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ความชำนาญ  เพื่อวัตถุประสงค์อย่างใดอย่างหนึ่งที่สามารถนำมาใช้เพื่อเปลี่ยนแปลงการกระทำหรือพฤติกรรมในการปฏิบัติงานของบุคคล  3) การส่งเสริมด้านวิชาการมีวัตถุประสงค์ให้บุคลากร ได้รับความรู้กว้างขวางยิ่งขึ้น และสามารถทำได้หลายรูปแบบเน้นในเรื่องของการให้ความรู้  4) การส่งไปศึกษาดูงาน  เป็นการเพิ่มพูนวุฒิของบุคลากรให้มีความรู้ยิ่งขึ้น  การที่บุคลากรทำงานอยู่ที่ใดนานๆความรู้ความสามารถอาจล้าสมัย  ไม่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีใหม่ๆหรืออาจใช้วิธีการใหม่ๆไม่เป็น  จึงต้องส่งบุคลากรไปศึกษาดูงานในหน่วยงานที่มีระบบการทำงานที่ดีและทันสมัยและ  5) การส่งเสริมให้มีการศึกษาต่อ  เป็นการพัฒนาบุคลากรอีกวิธีหนึ่งที่จะทำให้บุคลากรมีความรู้เพิ่มขึ้นหรืออาจได้รับความรู้ใหม่ซึ่งอาจทำได้ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ

                 5.  โครงการสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุข  จากการสนทนากลุ่มและการประชุมเชิงปฏิบัติการ  ข้อเสนอของที่ประชุมประการหนึ่งก็คือ  การจัดทำโครงการสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุข  เพื่อป้องกันภัยอันตรายจากยาเสพติดและอบายมุขต่างๆที่จะแพร่ระบาดเข้าไปสู่นักเรียน      ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายด้านการปราบปรามป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติดของรัฐบาล  ที่นำปัญหายาเสพติดไปเป็น “วาระแห่งชาติ” ที่ทุกกระทรวงทุกหน่วยงานจะต้องให้ความร่วมมือในการป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติด จากการดำเนินโครงการดังกล่าว  ทำให้นักเรียนโรงเรียนกาฬสินธุ์พิทยาสรรพ์ไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดและอบายมุข  มีพฤติกรรมที่เหมาะสม  นักเรียนผ่านการประเมินคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของนักเรียน ร้อยละ 95.12  ได้รับรางวัลสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติด  จากกระทรวงศึกษาธิการและจากการศึกษาความคิดเห็นของครูที่มีต่อการดำเนินงานตามโครงการสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุข  พบว่า        มีความคิดเห็นต่อการดำเนินงานอยู่ในระดับดีมาก มีค่าเฉลี่ย 3.46

 

 

 

 

 

 5 .  ผลการดำเนินงาน

 

ผลจากการดำเนินงาน “โดยใช้วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศและทำอย่างต่อเนื่อง” ทำให้โรงเรียนกาฬสินธุ์พิทยาสรรพ์ประสบความสำเร็จ  เป็นที่ยอมรับจากผู้ปกครองและชุมชน  ดังนี้

            1.  รางวัลสถานศึกษารางวัลพระราชทานระดับโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดใหญ่  ประจำปีการศึกษา  2554

           2.  รางวัลเสมา ป.ป.ส. ระดับดีเด่น ประเภทโรงเรียน โครงการสถานศึกษาป้องกันยาเสพติดดีเด่น ประจำปี 2554  จากกระทรวงศึกษาธิการ   

           3.   นายอุดม กัสมัง  รองผู้อำนวยการสถานศึกษา  ได้รับรางวัลเสมา ป.ป.ส. ระดับดีเด่น  ประเภทบุคคล  จากศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินเพื่อเอาชนะยาเสพติด  โครงการสถานศึกษาป้องกันยาเสพติดดีเด่น ประจำปี 2554  จากกระทรวงศึกษาธิการ               

             4.  โรงเรียนป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดดีเด่น  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา     เขต 24  ปีการศึกษา 2554

           5.  โรงเรียนป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดดีเด่น สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา       เขต 24  เนื่องในการจัดกิจกรรมสรุปผลการดำเนินงาน 3 เดือน  “โครงการจังหวัดกาฬสินธุ์ ไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด” เทิดไท้ 80 พรรษามหาราชินี 6 สิงหาคม 2555

           6.  โรงเรียนโครงการห้องเรียนสีขาวดีเด่น  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 24         ปีการศึกษา 2555

           7.  โรงเรียนระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนดีเด่น สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 24 ปีการศึกษา 2555

           8.  โรงเรียนดีเด่นด้านคุณธรรมจริยธรรม ประจำปีการศึกษา 2555  สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน  กระทรวงศึกษาธิการ

           9.  นายอุดม กัสมัง  ได้รับการพิจารณาเลื่อนขั้นเป็นกรณีพิเศษ แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้านยาเสพติด  โครงการสถานศึกษาป้องกันยาเสพติดดีเด่น  ประจำปี 2555  กระทรวงศึกษาธิการ  

           10.  นางสุธารพิงค์  โนนศรีชัย  ได้รับพิจารณาเลื่อนขั้นพิเศษ  แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้าน

ยาเสพติด  จังหวัดกาฬสินธุ์  ประจำปี 2555     

           11.  กรมส่งเสริมวัฒนธรรม  กระทรวงวัฒนธรรมและจังหวัดกาฬสินธุ์ มอบเกียรติบัตรให้กับโรงเรียนกาฬสินธุ์พิทยาสรรพ์  ประเภทศูนย์เฝ้าระวังทางวัฒนธรรมในสถานศึกษา  ตามโครงการเครือข่ายวัฒนธรรมจังหวัดกาฬสินธุ์  ไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด  ปีการศึกษา 2556

           12.  กรมส่งเสริมวัฒนธรรม  กระทรวงวัฒนธรรมและจังหวัดกาฬสินธุ์  มอบเกียรติบัตรให้กับโรงเรียนกาฬสินธุ์พิทยาสรรพ์ ประเภทสถานศึกษาที่ให้ความร่วมมือ  ตามโครงการเครือข่ายวัฒนธรรมจังหวัดกาฬสินธุ์ ไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ปีการศึกษา 2556

           13.  โรงเรียนโครงการสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุขดีเด่น สหวิทยาเขตเมืองกาฬสินธุ์  ปีการศึกษา 2556

            14.  โรงเรียนโครงการสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุข  ระดับสถานศึกษาดีเด่น สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 24  ปีการศึกษา 2556

            15.  โรงเรียนโครงการสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุขดีเด่น  ระดับจังหวัด

ปีการศึกษา 2556

            16.  โรงเรียนโครงการสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุขดีเด่น ศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินเพื่อเอาชนะยาเสพติด  กระทรวงศึกษาธิการ  ปีการศึกษา 2556

            17.  นายเสน่ห์  คำสมหมาย  เป็นบุคลากรดีเด่น  ประเภทผู้บริหารสถานศึกษา ด้านโครงการสถานศึกษาป้องกันยาเสพติดดีเด่น  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 24  ประจำปีการศึกษา  2556   

           18.  กรมส่งเสริมวัฒนธรรม  กระทรวงวัฒนธรรมและจังหวัดกาฬสินธุ์  มอบเกียรติบัตรให้กับโรงเรียนกาฬสินธุ์พิทยาสรรพ์ ประเภทสื่อปลอดภัยสร้างสรรค์ดีเด่น  ตามโครงการเครือข่ายวัฒนธรรมจังหวัดกาฬสินธุ์ ไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด  ปีการศึกษา 2556

           19.   โครงงานคุณธรรมเฉลิมพระเกียรติเยาวชนไทยทำดีถวายในหลวง  ดีเยี่ยม ระดับประเทศ  ประจำปี  2556  สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

  20.  โรงเรียนกาฬสินธุ์พิทยาสรรพ์ ได้รับโล่รางวัล ป.ป.ส. ระดับดีเด่น  โครงการสถานศึกษาป้องกันยาเสพติดดีเด่น  ประจำปีการศึกษา  2556  ประเภทครูและเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบงานฯ  หน่วยงานที่ให้รางวัล กระทรวงศึกษาธิการ

  21.  นายเสน่ห์ คำสมหมาย ได้รับโล่รางวัล  ป.ป.ส.  ระดับดีเด่น  โครงการสถานศึกษาป้องกันยาเสพติดดีเด่น  ประจำปีการศึกษา  2556  ประเภทครูและเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบงานฯ  หน่วยงานที่ให้รางวัล กระทรวงศึกษาธิการ

  22.  เกียรติบัตร สถานศึกษาแบบอย่างการจัดกิจกรรมการเรียนรู้และการบริหารจัดการตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงประจำปี 2556 “สถานศึกษาพอเพียง 2556” จากกระทรวงศึกษาธิการ

            23.  โรงเรียนกาฬสินธุ์พิทยาสรรพ์  ได้รับรางวัล School Quality Awards: ScQA  การบริหารจัดการด้วยระบบคุณภาพของโรงเรียนมาตรฐานสากล  ประจำปี 2557

            24.  โครงงานคุณธรรม  จริยธรรม   มูลนิธิพลเอกเปรม  ติณสูลานนท์  ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย  รางวัลชมเชย ระดับภาค  ประจำปี  2557   

  25.  โล่รางวัล  MOE  AWARDS  ปีการศึกษา  2557   ประเภทสถานศึกษา  สาขาป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานศึกษา หน่วยงานที่ให้รางวัล กระทรวงศึกษาธิการ

  26.  นายกริชรัตน์  แพทย์ผล ได้รับโล่รางวัล  ป.ป.ส.  ระดับดีเด่น  โครงการสถานศึกษาป้องกันยาเสพติดดีเด่น  ประจำปีการศึกษา  2557  ประเภทครูและเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบงานฯ  หน่วยงานที่ให้รางวัล กระทรวงศึกษาธิการ

  27.  โรงเรียนกาฬสินธุ์พิทยาสรรพ์  ได้รับถ้วยรางวัลพระราชทาน  รองชนะเลิศอันดับ 2  ประเภทชมรม TO BE NUMBER ONE ในสถานศึกษา  ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน(มัธยมศึกษา)ดีเด่น ประจำปี 2558

  28.  โรงเรียนกาฬสินธุ์พิทยาสรรพ์  ได้รับรางวัล Office of the Basic Education Commission Quality Awards: OBECQA การบริหารจัดการด้วยระบบคุณภาพของโรงเรียนมาตรฐานสากล ประจำปี 2558  

  29. โรงเรียนกาฬสินธุ์พิทยาสรรพ์ ได้รับรางวัล ประเภทชมรม TO BE NUMBER ONE                 ในสถานศึกษา  ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน (มัธยมศึกษา) ระดับเงิน  ปีที่ 1 ประจำปี 2559

 

 6.  ปัจจัยแห่งความสำเร็จ

 

              1.  ผู้บริหาร  คณะครูและบุคลากร  มีความตระหนัก (Awareness) ในการสร้างเป้าหมายร่วมกัน ในการพัฒนาระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน  โดยยึดนักเรียนเป็นสำคัญและเป็นหัวใจที่สำคัญในการพัฒนา ดังพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ที่พระราชทานให้กับหน่วยงานและพสกนิกรชาวไทย ในการพัฒนาโครงการต่างๆ ไว้ว่า เข้าใจ” “เข้าถึงและ พัฒนา จะทำให้เป็นบันไดที่นำไปสู่การพัฒนาและประสบความสำเร็จได้ในที่สุด

              2.  ผู้บริหารและฝ่ายบริหาร  ให้การสนับสนุนด้านงบประมาณ  สื่อ  วัสดุอุปกรณ์ตลอดจน    เครื่องอำนวยความสะดวกต่างๆ ในการปฏิบัติงาน  เป็นปัจจัยที่ส่งเสริมสนับสนุนทำให้การปฏิบัติงานประสบความสำเร็จได้เป็นอย่างดี

              3.  การบริหารโดยการใช้เทคนิคการบริหารยุคใหม่  โดยการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน (School Based Management : SBM)  การบริหารแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์ (Result Based Management : RBM)  และการใช้การประเมินแบบดุลยภาพ (Balanced Scorecard) ตลอดจนการนำเทคนิคการบริหารอื่นๆ มาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในการพัฒนาระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน  จะส่งผลให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีระบบ  มีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลสูงสุดต่อโรงเรียน

              4.  การทำงานเป็นทีม  เป็นปัจจัยในการนำไปสู่ความสำเร็จในการบริหาร และการปฏิบัติงาน ขณะเดียวกันจะเป็นการสร้างความรักความสามัคคีให้เกิดขึ้นในหมู่คณะและเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจ ให้กับครูที่ปรึกษานักเรียนได้อีกทางหนึ่ง  การใช้กระบวนการในการนิเทศติดตามผลการปฏิบัติงานที่เป็นระบบ สม่ำเสมอและนำผลการนิเทศไปเป็นส่วนหนึ่งในการประเมินผลการปฏิบัติงาน  จะเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับครูที่ปรึกษาได้เป็นอย่างดีและเป็นปัจจัยที่จะนำไปสู่ความสำเร็จในการพัฒนาระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียนกาฬสินธุ์พิทยาสรรพ์

              5.  การปรับเปลี่ยนเจตคติครูที่ปรึกษานักเรียน  ระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนเป็นระบบสนับสนุนระบบเรียนรู้และกิจกรรมนักเรียน  ดังนั้น ในการดำเนินการขับเคลื่อน  การพัฒนาระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน  ถ้ามีการทำความเข้าใจกับครูที่ปรึกษานักเรียนถึงความสำคัญของระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน  เป็นปัจจัยหนึ่งที่มีส่วนสนับสนุนทำให้การพัฒนาระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนประสบความสำเร็จ

             6. ผู้ปกครองให้ความร่วมมือและสนับสนุนในการจัดกิจกรรมการพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือของโรงเรียนเป็นอย่างดี

 

7.  บทเรียนที่ได้รับ

 

                         

1.       ผู้วิจัยและผู้ร่วมวิจัยได้ดำเนินการพัฒนาระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน   โดยใช้การวิจัยเชิง

ปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม  ดำเนินการวิจัยตามขั้นตอนการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม 4 ขั้นตอน คือ    1) การวางแผน (Plan)  2) การปฏิบัติตามแผน (Action)  3) การสังเกตและประเมินผล (Observation) และ 4) การสะท้อนผลการปฏิบัติงาน (Reflect)  ในการดำเนินการวิจัย เรื่อง การพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียนกาฬสินธุ์พิทยาสรรพ์  โดยใช้การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมครั้งนี้  เป็นการวิจัยแบบผสม (Mixed Method) ระหว่างการวิจัยเชิงปริมาณและการวิจัยเชิงคุณภาพ  เทคนิคการบริหารที่นำไปใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ประกอบด้วย 1) การบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน (School Based Management)          2) การบริหารแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์(Result Based Management) และ 3) การประเมินแบบดุลยภาพ (Balanced Scorecard)  เทคนิคการวิจัยที่ใช้ในครั้งนี้ได้แก่  การศึกษาเอกสาร (Documentary Study)    การสนทนากลุ่ม (Documentary Study) การประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) การสัมภาษณ์และการสังเกต เป็นต้น  เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูล ได้แก่  แบบสังเกต  แบบสัมภาษณ์  แบบสอบถาม  บันทึกการประชุม

2.       การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม  กระบวนการดำเนินการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม

 

เป็นวิธีการที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน  เพราะการพัฒนาระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน คือ  การศึกษาสภาพปัจจุบัน  ปัญหาและความต้องการพัฒนาระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน  การศึกษาถึงการพัฒนาระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนและการศึกษาถึงผลการพัฒนาระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน  ซึ่งการที่จะพัฒนาระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียนกาฬสินธุ์พิทยาสรรพ์    โดยใช้การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมได้อย่างเป็นระบบ  บรรลุตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่กำหนดไว้ได้นั้น  จะต้องมาจากกระบวนการบริหารเชิงระบบที่ประกอบด้วย  การวางแผน  การการปฏิบัติตามแผน การสังเกต  การประเมินผลและการสะท้อนผลการปฏิบัติงาน  โดยผู้วิจัยผู้ร่วมวิจัยและบุคลากรในโรงเรียนกาฬสินธุ์พิทยาสรรพ์  ยึดหลักการทำงานโดยการใช้กระบวนการมีส่วนร่วมแบบประชาธิปไตย (Democratic Process) ในการขับเคลื่อนพัฒนาระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน ได้แก่  การยอมรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่างกัน  การเคารพสิทธิ  การเคารพในเสรีภาพทางความคิด  การให้เกียรติ  การยกย่องชมเชยซึ่งกันและกัน  จึงทำให้การดำเนินการวิจัยได้รับความร่วมมือจากบุคลากรทุกฝ่ายในโรงเรียนกาฬสินธุ์พิทยาสรรพ์เป็นอย่างดี

Login Form